หน้าแรก ข่าววันนี้ ป้าทองสา ร่ำไห้บ้านลูกสาวถูกค้น ยันเดือดร้อนจริง

ป้าทองสา ร่ำไห้บ้านลูกสาวถูกค้น ยันเดือดร้อนจริง

 

กลายเป็นประเด็นดราม่าอย่างร้อนแรง หลังจากที่ นางทองสา ดาหา วัย 64 ปี เดินทางไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อร้องเรียนเรื่องการไม่ได้รับเงินเยียวย 5,000 พร้อมร่ำไห้วิงวอนให้นายกฯช่วยเหลือเงินช่วยเหลือ เพราะทุกวันนี้ไม่มีเงินจะกินแล้ว ท้าพิสูจน์บ้านเช่าที่ย่านสะพานพระราม 7 บอกไม่มีเงินซื้อข้าวกินแล้ว

ซึ่งจากการตรวจสอบ นางสุภาภรณ์ จุลละสุภา คลังจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า นางทองสามีการลงทะเบียน เราไม่ทิ้งกัน จริง แต่ก็มีการกดยกเลิกเมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา ทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์ และเจ้าตัวอาจไม่ทราบว่ามีการให้ทบทวนสิทธิเยียวยารอบที่ 2 ด้วย

ต่อมา ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่อยู่ตามบัตรประชาชนของนางทองสา พบว่าไม่มีใครอาศัยอยู่ มีแต่ญาติที่อยู่บ้านใกล้เคียง

นางกนกพร แก้วมณี อายุ 52 ปี น้องสาวของนางทองสา เล่าว่า ตนเห็นข่าวก็ตกใจมากที่พี่สาวของตนเองออกไปร้องเรียนขอรับสิทธิ์เยียวยา ตนยังโทรคุยกันอยู่ว่าทำไมไม่ไปแบบธรรมดา ทั้งนี้ ตนขอโทษเจ้าหน้าที่ ที่พี่สาวของตนเองพูดจาไม่ดี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องลงพื้นที่และเดือดร้อนกันใหญ่

อ่านข่าวเพิ่เติม: น้องสาว ป้าทองสา เผยความจริงอีกด้าน

ขณะเดียวกัน นางทองสาให้สัมภาษณ์จากบ้านพักที่อรุณอมรินทร์ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านเช่าห้องแถว 2 ชั้น โดยนางทองสากำลังเลี้ยงหลานชายวัย 4 ขวบ และหลานสาววัย 6 เดือนอยู่

นางทองสา ดาหา กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนทราบแล้วว่ามีคนตามไปดูบ้านของตนตามที่อยู่ จ.กำแพงเพชร บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของลูกสาวคนโต ที่สร้างเอาไว้ แต่ไม่มีคนอยู่ เพราะทุกคนอยู่ที่กรุงเทพฯ ตนเองก็รู้สึกเสียใจที่มีคนตามไปบ้านลูกสาว แล้วมีการนำรูปไปเผยแพร่ จนทำให้มีคนเข้าใจตนผิดหาว่าไม่ลำบากจริง ขอยืนยันว่าตนบริสุทธิ์ใจ และลำบากจริง แทบไม่มีเงินจะกิน ส่วนสามีก็ลงทะเบียนแล้วขึ้นสถานะเป็นเกษตรกร จึงไม่ได้รับเงินเช่นกัน ตนจึงตัดสินใจเดินทางไปร้องเรียนที่กระทรวงการคลัง

อ่านข่าวเพิ่เติม: จนท.บุกบ้าน “ป้าทองสา” ที่กำแพงเพชร

ส่วนประเด็นที่มีคนคิดว่าตนเคลื่อนไหวทางการเมือง ยืนยันว่าตนเองไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ สมัครใจไปเพราะอดอยากจริง ๆ ไม่มีใครหนุนหลัง มีเงินติดตัวไปแค่ 250 บาท นั่งวินขาไป 150 บาท เหลือเงิน 100 บาท เกือบจะกลับบ้านไม่ได้ เพราะเงินไม่พอ โชคดีที่ยังมีวินรถจักรยานยนต์ใจดีคิด 100 บาทมาส่งถึงบ้าน สุดท้ายจึงอยากวอนขอให้ท่านนายกฯ ช่วยเหลือด้วย

อ่านข่าวเพิ่เติม: เพจดังแฉความจริงอีกด้าน ป้าทองสา

นอกจากนี้ ป้าทองสา ระบุว่า ตนเองมีลูก 4 คน ประกอบด้วย 1. พัด อายุ 45 ปี (ลูกสาวคนโต) อยู่บ้านย่านอรุณอมรินทร์, 2. ต้อย อายุ 38 ปี (ลูกชายคนที่ 2) อยู่บ้านย่านลาดกระบัง, 3. อึ่ง อายุ 35 ปี (ลูกชายคนที่ 3) อยู่บ้านย่านอรุณอมรินทร์, 4. ริน อายุ 20 ปี (ลูกสาวคนเล็ก) อยู่บ้านย่านอรุณอมรินทร์

โดยส่วนใหญ่ลูกของป้าทองสามีครอบครัวแล้ว มีเพียงลูกสาวคนเล็กที่ยังเรียนอยู่ และกำลังอยู่ในช่วงฝึกงาน โดยจะอยู่รวมกันแทบทั้งหมด มีเพียงนายต้อย ลูกคนที่ 2 ที่ออกไปอยู่กินกับแฟนสาวย่านลาดกระบัง ซึ่งบ้านพักที่อยู่ปัจจุบันเป็นบ้านเช่า ค่าเช่าเดือนละ 5,500 บาท และอยู่ด้วยกันรวม 10 ชีวิต ได้แก่ 1. ป้าทองสา, 2. ลุงวิน อายุ 62 ปี (สามี), 3. พัด อายุ 45 ปี (ลูกสาวคนโต), 4. หลานสาว อายุ 14 ปี (ลูกสาวของพัด), 5. หลานชาย อายุ 11 ปี (ลูกของต้อย), 6. อึ่ง อายุ 35 ปี (ลูกชายคนที่ 3), 7. แฟนของอึ่ง, 8. หลานชาย อายุ 4 ขวบ (ลูกของอึ่ง), 9. หลานสาว อายุ 6 เดือน (ลูกของอึ่ง), 10. ริน อายุ 20 ปี (ลูกสาวคนเล็ก)

ส่วนรายรับ-รายจ่ายมาจากการขายลูกชิ้นทอดของสามี เฉลี่ยวันละ 300 บาท, นางพัดส่งมาให้เดือนละ 1,000 บาท, นายต้อยส่งมาให้เดือนละ 2,000 บาท แต่ปัจจุบันกำลังตกงานอยู่ รวมรายได้ทั้งหมดเดือนละ 12,000 บาท

ขณะเดียวกัน รายจ่ายนั้นมีค่าอาหารเฉลี่ยวันละ 300 บาทต่อวัน เลี้ยงทั้งครอบครัว, ค่าเช่าบ้านเดือนละ 5,500 บาท, ค่าน้ำ ค่าไฟ เดือนละ 2,000 บาท รวมทั้งหมดประมาณ 16,000 บาท อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข่าวออกไปก็มีคนใจบุญนำข้าวสาร อาหารแห้ง พร้อมเงินสด 5,000 บาท มามอบให้ถึงที่บ้าน

ด้าน นายต้อย ลูกชายคนที่ 2 กล่าวว่า ตนและพี่น้องทุกคนรู้ว่าแม่จะไปร้องเรียนที่กระทรวงการคลัง ซึ่งทุกคนก็ได้ห้ามปรามแล้ว แต่แม่รั้น ไม่ฟังใคร โดยในตอนนี้ทั้งบ้านมีแค่แม่และพี่สาวคนโตเท่านั้นที่ไม่ได้รับสิทธิ์ได้เงินเยียวยา ส่วนตน พ่อ และน้องชาย ได้รับเงินเยียวยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็นำเงินไปช่วยจุนเจือพ่อแม่และครอบครัวของแต่ละคน

ส่วนตอนนี้ตนตกงาน จึงขาดรายได้ ตนก็พยายามบอกแม่ให้เข้าใจแล้ว แต่แม่ก็ยังคิดมาก และไม่ค่อยพอใจที่ตนส่งเงินมาให้น้อยลง ตนยอมรับว่ามีภาระ แต่แม่ก็ยังมีพี่สาวกับน้องชายคอยดูแล เราไม่ได้ขัดสน ไม่ได้กินดีอยู่ดี แต่ก็พอประทังครอบครัวให้อยู่รอดได้ก็พอ ตนขอยืนยันว่าแม่ไม่ได้เรียกร้องหรือสร้างกระแสให้สังคมสงสาร เพียงแต่เรียกร้องสิทธิ์ที่ควรจะได้เท่านั้น

ชมคลิป

ที่มา: รายการทุบโต๊ะข่าว

Comments are closed.

Check Also

ชาวระยองตามหา ปี่พระอภัยมณี

  ชาวบ้านที่ตำบลกระแสบน อำเภอแกลง ร้องเรียนเจ้าหน้ … …